การใช้งานแอปพลิเคชั่น Plantronics Hub บนสมาร์ทโฟน

บทความที่แล้วได้พูดถึงการใช้งานโปรแกรม Plantronics Hub สำหรับเครื่อง PC/Laptop เพื่อการ อัปเดตและการตั้งค่าการใช้งานชุดหูฟัง Plantronics คราวนี้ขออธิบายวิธีการใช้งาน Plantronics Hub บนโทรศัพท์มือถือกันบ้าง ซี่งเป็นอะไรที่เราหยิบจับบ่อยและสะดวกในการใช้งานมากกว่า PC/Laptop เป็นไหนๆ  มาดูกันดีกว่าครับว่า เราจะใช้ประโยชน์อะไรจากแอปตัวนี้ได้บ้าง


อย่างแรกต้องติดตั้งแอป Plantronics Hub ไว้บนมือถือก่อนครับ ดาวน์โหลดได้จากแอปสโตร์ของระบบปฏิบัติการมือถือที่เราใช้อยู่ โดยเข้าแอปสโตร์แล้วค้นหาคำว่า  Plantronics Hub หรือกดดาวน์โหลดที่ปุ่มสีส้มใต้โลโก้ Plantronics Hub ด้านล่างนี้ครับ





Plantronics Hub for iOS   Plantronics Hub for Android



หลังจากติดตั้งแอป Plantronics Hub บนมือถือเสร็จเรียบร้อย เมื่อเปิดเข้าแอป PLT Hub จะได้ตามรูปด้านล่าง ซึ่งเป็นหน้าเมนูหลักของแอป (บทความนี้จะใช้แอปที่เป็นเมนูภาษาไทยนะครับ เพราะอ่านและทำความเข้าใจได้ง่าย ทั้งนี้เมนูภาษาไทยหรืออังกฤษจะเปลี่ยนไปตามภาษาหลักที่เราตั้งค่าไว้กับมือถือของแต่ละคนครับ ส่วนหูฟังบลูทูธจะใช้รุ่น Plantronics Voyager 5200 ในการอ้างอิงวิธีการตั้งค่าต่างๆ





หน้าเมนูหลัก 1


เมื่อหูฟังบลูทูธเชื่อมต่อกับมือถือจะแสดงชื่อรุ่นของหูฟัง และหากสไลด์หน้าจอตรงรูปหูฟังไปทางซ้ายมือ จะบอกเลขเวอร์ชั่นเฟิร์มแวร์และหมายเลขประจำเครื่อง S/N ของหูฟังบลูทูธที่เชื่อมต่ออยู่ ที่หน้านี้จะมีเมนูหลักให้เราเลือกใช้งานอยู่  4 เมนูด้วยกัน ได้แก่ ค้นหาชุดหูฟังของฉัน (Find MyHeadset), การตั้งค่า (Settings), ฉันต้องทำอย่างไร (How Do I?) และ ปุ่มและไฟ (Buttons & Lights)ผู้เขียนจะแยกรายละเอียดทั้ง  4 เมนูหลักนี้ว่าสามารถทำอะไรได้บ้างนะครับ





หน้าเมนูหลัก 2


เมนูที่ 1 ค้นหาชุดหูฟังของฉัน (Find MyHeadset) เป็นเมนูที่ใช้สำหรับค้นหาหูฟังบลูทูธที่เราเคยเชื่อมต่อไว้ล่าสุด เมื่อกดเข้าเมนูนี้ก็จะเจอแท็บเมนูย่อยอีก 2 แท็บให้เราเลือก คือ ส่งเสียง(Send Tone) และ BackTrack

ส่งเสียง(Send Tone) แท็บนี้จะใช้เฉพาะค้นหาหูฟังบลูทูธที่ยังเชื่อมต่ออยู่กับมือถือของเรา นั่นคือมือถือกับหูฟังบลูทูธต้องเชื่อมต่อกันอยู่และอยู่ห่างกันไม่เกิน 10 เมตร โดยสังเกตได้จากหน้าจอมือถือที่ยังแสดงสถานะของแบตเตอรี่หูฟังบลูทูธอยู่ ซึ่งอาจจะเผลอทำตกในห้องทำงาน หรืออยู่ในช่องกระเป๋าซิป(โดยเฉพาะกระเป๋าถือของผู้หญิง 55)แล้วหาไม่เจอ วิธีค้นหาคือให้กดปุ่มเล่นเสียง โดยแอป PLT Hub จะส่งเสียงโทนเป็นเสียงที่เราเลือกไปดังที่ลำโพงของหูฟัง ตรงนี้เราสามารถปรับระดับความดังของเสียงโทนที่ส่งไปได้ด้วยแถบ volume ที่อยู่ด้านล่าง เมื่อเสียงส่งไปที่ลำโพงของหูฟังบลูทูธ ก็ให้เราเดินตามหาเสียงโทนนั้นๆภายในรัสมี 10 เมตรจากมือถือของเรา ก็จะเจอหูฟังบลูทูธที่เราหาอยู่ 


BackTrack แท็บนี้จะใช้ค้นหาหูฟังบลูทูธที่เคยเชื่อมต่อกับมือถือของเราไว้ก่อนหน้าที่จะหาหูฟังไม่เจอ โดยวิธีนี้จะเป็นการระบุพิกัดและตำแหน่งล่าสุดที่หูฟังกับมือถือเคยเชื่อมต่อกันอยู่ในรูปแบบของแผนที่ อ้างอิงจาก Google map ซึ่งวิธีนี้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างสำหรับมือถือที่ใช้ระบบ android ที่จะต้องเปิดฟังก์ชั่น location หรือ GPS เอาไว้อยู่ตลอดเวลา (ปกติฟังก์ชั่นนี้จะถูกปิดไว้ และจะถูกเรียกใช้ก็ต่อเมื่อมีแอปบางตัวที่บังคับให้เปิด หรือผู้ใช้เปิดเองเพื่อใช้ในการนำทางผ่าน Google map หรือแอปสำหรับนำทางต่างๆ) เพราะหากไม่ได้เปิด location หรือ GPS ไว้ในระหว่างใช้หูฟังบลูทูธ เวลาที่บลูทูธหาย แล้วต้องการเข้ามาค้นหาตำแหน่งล่าสุดที่หูฟังบลูทูธกับมือถือเคยเชื่อมต่ออยู่โดยใช้ฟังก์ชั่น  BackTrack ใน PLT Hub จะไม่สามารถระบุตำแหน่งล่าสุดของหูฟังได้ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบลืมสิ่งของแล้วไม่แน่ใจว่าลืมไว้ที่ไหน ฟังก์ชั่น BackTrack นี้เป็นประโยชน์อย่างมากครับ ส่วนมือถือที่ใช้ระบบ iOS อย่าง iPhone และ iPad ฟังก์ชั่น location หรือ GPS ได้ถูกเปิดมาจากโรงงานอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้ครับ 




Send Tone

BackTrack

ซึ่งทั้งสองเมนู ค้นหาชุดหูฟังของฉัน Send Tone และ BackTrack จะมีปุ่มที่ใช้งานร่วมกันอยู่ด้านล่าง คือ Found กับ ไม่พบ Not Found กล่าวคือถ้าเราหาหูฟังเจอ จะด้วยวิธี Send Tone หรือ BackTrack ให้เรากดปุ่ม Found ตัวแอปก็จะแสดงหน้าความยินดีที่เราหาหูฟังบลูทูธเจอ แต่ถ้าหากเราหาหูฟังบลูทูธไม่เจอ ให้เรากดปุ่ม Not Found ก็จะเข้าสู่หน้าต่างถัดไปที่จะบอกรายละเอียดให้เราลองทำตามวิธีที่แอปแนะนำ เผื่อบางทีเราอาจจะพลาดขั้นตอนในการทำเพื่อให้ค้นหาหูฟังเจอ เป็นแนวทางในการค้าหาหูฟังให้เจอต่อไป 



Found

Not Found

เมนูที่ 2 การตั้งค่า (Settings) เมนูนี้จะใช้สำหรับการตั้งค่าการใช้งานต่างๆของหูฟังบลูทูธให้เป็นในแบบที่เราต้องการ รายละเอียดปลีกย่อยในเมนูการตั้งค่านี้ จะขึ้นอยู่กับหูฟังที่กำลังเชื่อมต่อกับมือถือเครื่องนั้นอยู่ด้วย เพราะหูฟังบลูทูธแต่ละรุ่นจะมีความสามารถในการปรับแต่งค่าการใช้งานต่างๆไม่เหมือนกัน (ในรูปเมนูนี้จะใช้หูฟังรุ่น Voyager 5200) ค่าต่างๆในเมนูนี้จึงอาจมากหรือน้อยต่างกันไปในแต่ละรุ่นของหูฟังบลูทูธที่เชื่อมต่ออยู่





Settings


ในเมนูนี้จะมีหัวข้อนึงที่อาจจำเป็นต้องใช้เมื่อหูฟังบลูทูธที่ใช้งานอยู่เริ่มรวน หรือบางทีเราอยากจะเคลียร์การตั้งค่าของหูฟังให้กลับไปเหมือนเพิ่งแกะจากกล่องออกมาใหม่ๆ หัวข้อนี้คือการ รีเซ็ตชุดหูฟัง(Reset Headset) ซึ่งในหัวข้อนี้ก็จะมี 2 เมนูย่อยให้เลือกใช้งาน คือ คืนค่า(Restore Defaults) และ ล้าง (Clear Trusted Devices) ทั้งสองค่านี้ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันดังนี้ครับ

คืนค่า(Restore Defaults) เมื่อเรียกใช้เมนูนี้ จะเป็นการเคลียร์ค่าต่างๆที่เราเคยปรับแต่งไว้ ให้กลับไปเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงาน ใช้ในกรณีที่เราอยากคืนค่าต่างๆให้เป็นค่ามาตรฐานของหูฟัง แล้วค่อยมาปรับแต่งใหม่ในแบบที่เราต้องการอีกครั้ง เมื่อกดคืนค่าแล้ว หูฟังจะกลับมาเชื่อมต่อกับมือถือเครื่องเดิมให้อัตโนมัติ แต่ค่าต่างๆที่เคยตั้งไว้จะกลับไปเป็นค่ามาตรฐานของหูฟังทันที

ล้าง (Clear Trusted Devices) เมนูนี้จะใช้เมื่อหูฟังเริ่มมีปัญหาจากการใช้งาน และอยากแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก เป็นวิธีแก้ไขปัญหาหูฟังที่ง่ายที่สุดก่อนนำเข้าศูนย์บริการ หลังจากกดใช้งานวิธีนี้แล้ว หูฟังจะถูกเคลียร์ค่าต่างๆ และจะเข้าสู่โหมดจับคู่อุปกรณ์ให้อัตโนมัติ นั่นจึงหมายความว่า เราต้องเริ่มจับคู่กับมือถือเครื่องเดิมกันใหม่อีกครั้ง ถ้าใช้วิธีนี้แล้วหูฟังบลูทูธยังพบอาการผิดปกติเช่นเดิม แนะนำให้ส่งเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ฝ่ายเทคนิคหูฟังทำการตรวจเช็คต่อไป





Reset Headset


ซึ่งก็อย่างที่บอกครับ หูฟังบลูทูธแต่ละรุ่นจะมีความสามารถในการตั้งค่าการใช้งานของหูฟังไม่เหมือนกัน และรุ่นที่สามารถใช้ฟังก์ชั่น รีเซ็ตชุดหูฟังได้ จะมีเฉพาะรุ่นดังต่อไปนี้ครับ Voyager 5200, Voyager 3200, Voyager 6200 และ Voyager 8200 ครับ (ข้อมูล .วันที่ 1 พฤษภาคม 2561)



เมนูที่ 3 ฉันต้องทำอย่างไร (How Do I?) เป็นเรื่องที่ดีที่ Plantronics ใส่เมนูวิธีการใช้งานขั้นพื้นฐานมาให้ครบถ้วน คือถ้าเราอยากรู้วิธีการใช้งานหูฟังบลูทูธรุ่นที่เราใช้อยู่ว่าขั้นตอนไหนต้องใช้ยังไง กดปุ่มไหนจะได้ฟังก์ชั่นอะไร ในนี้จะมีบอกไว้เป็นขั้นตอนรายละเอียดพร้อมกับรูปสาธิตในขั้นตอนนั้นๆด้วยครับ ตัวอย่างเช่น การจับคู่กับมือถือเครื่องที่สอง เป็นต้น แต่รายละเอียดในเมนู ฉันต้องทำอย่างไร จะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ถึงแม้เราจะเปลี่ยนภาษาของระบบโทรศัพท์เป็นภาษาไทยแล้วก็ตาม 






How Do I?


เมนูที่ 4 ปุ่มและไฟ (Buttons & Lights) คือเมนูที่บอกว่าหูฟังรุ่นที่กำลังเชื่อมต่อกับมือถืออยู่นั้น แต่ละปุ่มอยู่ตำแหน่งไหน ปุ่มไหนทำหน้าที่อะไรบ้าง ซึ่งบางปุ่มกดทำหน้าที่มากกว่า 1 อย่าง (multifunction) ดังรูปด้านล่างครับ




 

Buttons & Lights


โดยสรุปแล้ว Plantronics Hub เป็นแอปพลิเคชั่นที่สำหรับคนที่ใช้หูฟังบลูทูธ Plantronics โดยเฉพาะ ผู้ใช้งานหูฟังบลูทูธ Plantronics สามารถจัดการๆใช้งาน การตั้งค่าการใช้งานของหูฟัง การอัปเกรดเฟิร์มแวร์ของหูฟัง เบ็ดเสร็จได้ในแอปพลิเคชั่นเดียว และเมื่อมี Bluetooth headset ของ Plantronics รุ่นใหม่ๆออกมา ตัวแอปก็จะทำการอัปเดตเพื่อให้รองรับการใช้งานกับหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แนะนำให้มีติดเครื่องไว้นะครับ สำหรับชาว Plantronics Lover ทุกท่าน