ถ้าเห็นชื่อรุ่น Voyager เชื่อว่าหลายคนอาจคิดว่าเป็นหูฟัง Voyager รุ่นใหม่แน่นอน ที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพเสียงและระบบการตัดเสียงรบกวนชั้นยอด  ซึ่งก็ถูกส่วนนึงครับว่าเป็นรุ่นใหม่ในกลุ่ม Voyager แต่จะมาาในรูปแบบของหูฟังที่ใช้ในสำนักงาน Office Worker ที่ไม่ได้จำกัดอยู่กับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพียงเท่านั้น หากแต่สามารถเชื่อมต่อกับ PC/Laptop เพื่อใช้สนทนาแบบ VoIP ผ่านโปรแกรมโทรศัพท์ IP Softphone โดยชุดหูฟังไร้สายรุ่นนี้ใช้ชื่อว่า Voyager 4200 UC Series มาดูกันว่าจะมีความแตกต่างกับรุ่นอื่นๆในกลุ่มของ Voyager Family ยังไงบ้าง




Specifications
- สนทนาได้ต่อเนื่องสูงสุด 12 ชั่วโมง ฟังเพลงได้ 15 ชั่วโมง และ standby ได้นาน 13 วัน

-ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth V 4.1 class 1

- ระยะเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับ USB Bluetooth Adapter (BT600) หรืออุปกรณ์ที่รองรับ bluetooth class 1 สูงสุด 30 เมตร

- หูฟังสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธกับอุปกรณ์อื่นๆได้สูงสุด 2 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน

- ใช้ไมโครโฟนถึง 2 ตัว ช่วยในเรื่องของการตัดเสียงกวน ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงชัดเจนยิ่งขึ้น

- มีปุ่มควบคุมสำหรับการสนทนาและฟังเพลง

- ชนิดของแบตเตอรี่เป็นแบบ Lithium ion polymer

- ระยะเวลาในการชาร์จหูฟังจนเต็ม 1.5 ชั่วโมง

- รองรับความถี่เสียงแบบ wideband 20 Hz-20 kHz

- มีระบบควบคุมการได้ยินเสียงที่ดังเกินไปอย่าง SoundGuard Digital

- แจ้งเตือนสถานะการใช้งานของหูฟังเป็นเสียงพูดที่เลือกได้ถึง 13 ภาษา รวมถึงภาษาไทย

- สามารถตั้งค่าการใช้งานของหูฟังผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือหรือผ่าน PC/Laptop ได้

- รองรับการใช้งานร่วมกับ IP Softphone อย่าง Microsoft Skype for Business, Avaya, Cisco,
Alcatel-Lucent และอื่นๆ รวมไปถึง Smartphone แบรนด์ต่างๆ

- น้ำหนักของหูฟัง 110 กรัม(หูฟังแบบ mono) และ 150 กรัม(แบบ stereo)


Open Box

เราจะมาแกะกล่องกันแบบรีวิวหูฟังบลูทูธรุ่นอื่นๆเลยนะครับ จะได้รู้ว่าเวลาซื้อไปใช้งานแล้วภายในกล่องจะมีอุปกรณ์อะไรที่ใช้ร่วมกับหูฟังได้บ้าง

1. หูฟัง Voyager 4200 UC ที่มีให้เลือกทั้งแบบลำโพงข้างเดียว Mono (Voyager 4210 UC) และลำโพงสองข้าง Hi-fi stereo (Voyager 4220 UC)

2. USB Bluetooth Adapter คือตัว USB สำหรับเชื่อมต่อหูฟังกับเครื่อง PC/Laptop 

3. Micro USB Cable เพื่อการเสียบชาร์จหูฟังผ่าน USB Port ของ PC/Laptop หรือสามารถนำหัวปลั๊กของมือถือมาเสียบกับสาย Micro USB นี้เพื่อชาร์จหูฟังก็ได้เช่นกัน

4. Travel Sleeve ถุงผ้าสำหรับใส่หูฟัง, USB และสายชาร์จ เพื่อการจัดเก็บเป็นชุด






Appearance

Voyager 4200 UC Series ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์สำหรับคนทำงานโดยเฉพาะ ด้วยรูปทรงของหูฟังที่ต้องสวมใส่แบบคาดศีรษะเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ ก้านไมโครโฟนที่เรียวยาวและสามารถดัดให้โค้งงอเข้าหาริมฝีปากทำให้มั่นใจได้เลยว่าคู่สนทนาจะได้ยินเสียงของเราชัดเจนแน่นอน


ที่คาดศีรษะภายในจะมีฟองน้ำหุ้มด้วยหนังนุ่มๆ รองรับแรงกดจากศีรษะได้ดี น้ำหนักของหูฟังกำลังดี ใส่แล้วไม่รู้สึกว่าหนักศีรษะแต่อย่างใด สัมผัสแรกเมื่อลองหยิบมาใส่กับศีรษะก็รู้สึกถึงความแข็งแรงว่าจะไม่หักหรือแตกง่ายแน่นอน


ในส่วนของ earpads ที่ออกแบบให้มีขนาดที่ใส่แล้วปิดใบหูได้พอดี ใช้หนังสังเคราะห์ที่หุ้ม memory foam อยู่ไว้ภายใน ใส่แล้วไม่รู้สึกว่าเจ็บหรือกดทับใบหู


ปุ่มควบคุมการใช้งานของหูฟังทั้งหมดจะอยู่ฝั่งขวา(รุ่น stereo) ทำให้ง่ายต่อการควบคุมการใช้งานต่างๆด้วยมือข้างเดียว(one hand operation)ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว


ตำแหน่งของการชาร์จหูฟังจะอยู่ที่หูฟังฝั่งขวาเช่นเดียวกัน เป็นแบบ micro usb ที่สามารถนำหัวปลั๊กของมือถือมาเสียบชาร์จได้ทันที และทำให้ชาร์จหูฟังได้เร็วกว่าการเสียบชาร์จผ่าน PC เสียอีก






ALEXA BUILT IN

สะดวกสำหรับการสั่งงาน Alexa app ที่อยู่ในมือถือได้ด้วยการกดที่หูฟัง หรือจะโทรหาใครผ่าน Alexa ก็สะดวก ตรงนี้จะเหมาะสำหรับหน่วยงานที่ใช้ระบบของ Amazon





Performance

หูฟัง Voyager 4200 UC Series เป็นหูฟังไร้สายที่เหมาะสำหรับใช้งานภายในออฟฟิศเป็นอย่างมาก เพราะสามารถใช้งานกับโปรแกรมโทรศัพท์ที่เรียกกันติดปากว่า IP Softphone ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยอาศัยเทคโนโลยีของบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 ที่มีความเสถียรในเรื่องของระยะสัญญาณระดับหนึ่งแล้ว ยิ่งพอได้เชื่อมต่อกับเจ้า BT600 ที่เป็น bluetooth class 1 แล้ว ยิ่งเพิ่มความเสถียรและเพิ่มระยะสัญญาณจากหูฟังกับเครื่อง PC/Laptop ได้ไกลสูงสุดถึง 30 เมตร ซึ่งตัว BT600 เองจะมีให้เลือกใช้งานทั้งแบบ USB-A ที่เป็นมาตรฐานเดิม และ USB-C ที่เริ่มจะเข้ามาแทนที่ USB-A และพบเห็นได้บ่อยจาก Laptop รุ่นใหม่ๆ




และสำหรับสายงานที่เกี่ยวข้องกับการสนทนาทางโทรศัพท์เป็นหลัก ต้องการควบคุมปริมาณเสียงรอบข้างไม่ให้เล็ดลอดไปที่ปลายสายหรือยอมให้เสียงรอบข้างหลุดไปที่ปลายสายน้อยที่สุด Voyager 4200 UC Series มีคุณสมบัติตัดเสียงรบกวนรอบข้างด้วยไมโครโฟนถึง 2 ตัว พร้อมกับก้านไมโครโฟนที่ยาวไปจรดตรงริมฝีปากพอดี ช่วยให้คู่สนทนาได้ยินเสียงที่ชัดเจนมากๆ ทดลองใช้งานจริงก็สมราคาคุย คู่สนทนาแทบจะไม่ได้ยินเสียงเพลงหรือเสียงคนคุยกันข้างๆผู้ใช้เลย อาจจะมีได้ยินอยู่บ้างเพราะเกิดจากการตะโกนทดสอบการตัดเสียงรบกวน




Voyager 4200 UC Series รองรับการเชื่อมต่อได้สูงสุด 2 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน ซึ่งถ้าเราใช้หูฟังกับ IP Softphone ที่อยู่ใน PC/Laptop บนโต๊ะที่ทำงาน(เชื่อมต่อผ่าน BT600) เรายังสามารถที่จะเชื่อมต่อหูฟัง Voyager 4200 UC Series กับโทรศัพท์มือถือของเราได้อีก 1 เครื่อง(เชื่อมต่อผ่านบลูทูธบนมือถือ) นั่นหมายถึงไม่ว่าสายสนทนาจะดังมาจาก Softphone หรือจาก Smartphone ก็ตาม เราสามารถกดรับสายและสนทนาจากหูฟังนี้ได้ทันที แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่นิดเดียวว่า ถ้าเรากำลังคุยสายอยู่กับอุปกรณ์ที่ 1 แล้วมีสายเรียกเข้ามาที่อุปกรณ์ที่ 2 เราจะต้องวางสายจากอุปกรณ์ที่ 1 เสียก่อน แล้วถึงจะกดรับสายจากหูฟังเพื่อสลับมาคุยกับคู่สนทนาของอุปกรณ์ที่ 2 ได้


ใครที่ต้องประชุมทางไกลระหว่างประเทศเป็นชั่วโมงอยู่บ่อยๆ หรือ Supervisor ที่ต้องคอย monitor หรือ coaching น้องๆในทีม telesales เป็นเวลานาน Voyager 4220 UC ที่เป็นหูฟังแบบลำโพงสองข้างค่อนข้างที่จะเหมาะสมกับงานแบบนี้ เพราะจะทำให้ได้ยินเสียง conference อย่างชัดเจน ได้ยินเสียงลูกค้าและน้องผู้สนทนาที่กำลังปิดดีลการขายร่วมกัน 




อีกทั้งผู้ที่ต้องการผ่อนคลายจากกงานด้วยเสียงเพลง รุ่นหูฟังสองลำโพงอย่าง Voyager 4220 UC จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอีกเช่นกัน ระบบเสียงสเตอริโอที่ให้มิติเสียงที่ดี มาพร้อมปุ่มควบคุมการเล่นอย่างครบถ้วน ทั้งการควบคุมแบบ play/pause, next track, previous track และ volume 




Softphone ถ้าให้เข้าใจง่ายหน่อย จะหมายถึงโปรแกรมโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือ IP Network ซึ่งโปรแกรมโทรศัพท์บน PC/Laptop เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นของบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับระบบTelecommunication อย่าง Avaya, Cisco, Alcatel-Lucent, Genesys หรือแม้กระทั่ง Microsoft เองก็อยู่ในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างที่เราคุ้นเคยและใช้กันมาอย่างยาวนานก็เช่นโปรแกรม Skype ที่เป็นฟรีแวร์สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และ Skype for Business ที่จะมาพร้อมกับ Microsoft Office 365 สำหรับภาคธุรกิจ ซึ่งชุดหูฟัง Voyager 4200 UC Series สามารถใช้งานกับโปรกแกรม Softphone ข้างต้นได้เป็นอย่างดี เพราะได้รับการ Certified จากเหล่าบริษัทชั้นนำด้านการสื่อสารต่างๆ ทำให้สามารถกดรับ/วางสาย, เพิ่ม/ลดระดับเสียงสนทนา หรือปิดเสียงไมโครโฟนที่หูฟังได้ทันที โดยที่เราสามารถเช็คความเข้ากันได้ระหว่างชุดหูฟัง Plantronics Voyager 4200 UC Series กับโปรแกรม PC Softphone ได้จากลิงก์นี้ครับ กดที่นี่เพื่อเช็ค Softphone Compatibility List ซึ่งสำหรับบางโปรแกรม Softphone อาจจะต้องมีการติดตั้งโปรแกรม Plantronics Hub ลงบนเครื่อง PC/Laptop เพื่อให้สามารถกดรับ/วางสายจากหูฟังได้ทันที และยังสามารถเข้าไปตั้งค่าการใช้งานชุดหูฟังผ่านโปรแกรม Plantronics Hub นี้ได้อีกด้วย กดที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรม Plantronics Hub สำหรับติดตั้งบนแพลทฟอร์มต่างๆ


Conclusion

มาถึงตรงนี้คงมองออกกันแล้วนะครับว่า Plantronics Voyager 4200 UC Series ชุดหูฟังบลูทูธไร้สายนี้เหมาะกับใครและงานประเภทไหน แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว Voyager 4200 UC Series สามารถนำไปใช้กับงานได้หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะใช้ในการสนทนาสื่อสารเรื่องธุรกิจเท่านั้น  Voyager 4220 UC ยังทำหน้าที่เป็นชุดหูฟังเพื่อการ entertain ให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 


ไว้คราวหน้าจะมีหูฟัง Headsets ในกลุ่ม UC หรือ Contact Center รุ่นไหนมารีวิวกันอีก คอยติดตามกันนะครับ



Related Products

Voyager 4210, USB-A

Bluetooth headset

6,910฿

Voyager 4220, USB-A

Bluetooth headset

7,600฿